Browse Category

ข่าวฟุตบอล

ทำไม ไม่มีใครอยากขี่หลังสิงโต

จากข่าวที่ออกมาว่า ทางสมาคมฟุตบอลอังกฤษพร้อมที่ร่างสัญญาฉบับใหม่เพื่อผลักดัน แกเร็ธ เซาท์เกต กุนซือจากทีมชาติรุ่น U21 มาเป็นนายใหญ่ของสิงโตคำรามอย่างตัวจริงเสียงจริงสักที มองมุมแรกก็มองว่า เอฟเอ หนุนคนกันเองที่ทำงานมาตั้งแต่รุ่นเยาวชนขึ้นมา เหมือนกับที่สเปนผลักดันเหมือนกัน(แต่จริงๆไม่เหมือนกัน) แต่หากมองอีกมุมทำไมเอฟเอ ไม่สามารถจ้างกุนซือที่น่าจะมีชื่อชั้นมากกว่านี้มาร่วมงานได้ น่าจะเป็นสองสามข้อต่อไปนี้

ความคาดหวังสูง โดยไม่ดูความจริง

อย่างแรกเลย ไม่ว่าใครก็ตามที่จะได้ขึ้นไปขี่หลังสิงโตตัวนี้ นอกจากความเท่ห์แล้วคนคนนั้นจะได้รับสิ่งที่เรียกว่า แรงกดดัน จากความคาดหวังแบบมหาศาลจากแฟนบอลอังกฤษเลย แน่นอนว่าพวกเค้าย่อมคิดว่าชาวอังกฤษคือที่สุดของการเล่นฟุตบอลแล้วจริงอยู่ว่าช่วงเวลาหนึ่งอาจจะเป็นแบบนั้น แต่ตอนนี้หากเรามองดูความจริง อังกฤษ ถูกทีมในระดับเดียวกันทิ้งไปไกลลิบ

นักเตะที่เหมือนจะเก่ง แต่ไม่จริง

ใครหลายคนที่ติดตามฟุตบอลลีคอย่างพรีเมียร์ลีคอย่างคุ้นเคย อาจจะทำให้เผลอคิดไปว่านักเตะอังกฤษเก่งอย่างนั้นอย่างนี้ ซึ่งเอาเข้าจริงแล้วไม่ใช่เลย นักเตะอังกฤษเอาแค่ตำแหน่งกองหน้า หากเราไม่นับ เจมี่ วาร์ดี้ กับแฮร์รี่ เคนแล้ว มีใครบ้างที่เป็นตัวหลักแล้วได้ลงต่อเนื่องในนามสโมสร เวยน์ รูนี่ย์ เหรอ ไม่ใช่มั้ง

สื่อ จิก กัด ล่อ หลอก อย่างโหดร้าย

แต่สองข้อแรก เชื่อว่าผู้จัดการทีมฝีมือระดับโลกสามารถรับมือได้สบาย หากนักเตะไม่เก่ง ก็ไปหาไอ้ที่มันเก่งๆมา อาจจะต้องทนแรงกดดันที่ไม่ได้มาจากสโมสรใหญ่นิดหน่อย แต่ถ้าผลงานดีก็เงียบไปเอง แต่สิ่งที่อันตรายที่สุดก็คือ สื่อ และนักข่าวของอังกฤษเองนี่แหละ ที่พวกเค้าจะทำทุกวิถีทางทั้งด้านมืดและด้านสว่างในการล้วงข่าวออกมาให้ได้ จนบางครั้งก็ดูล้ำเส้นเกินไปเหมือนกรณีของบิ๊กแซมเป็นต้น เลยทำให้ไม่มีใครอยากมา “เสียคน” เอาที่นี่

 

ลิเวอร์พูล กับการคว้าตัว เซอร์ดาน ชากิรี่ ถือว่าเสริมทัพได้ดี!

เรียกได้ว่า ตลาดซื้อขายนักเตะตอนนี้ กำลังคึกคักขึ้นเรื่อยๆเลยทีเดียว แม้ว่ามีหลายๆทีมจะยังเงียบๆกันอยู่ แต่ทว่าในช่วงที่ผ่านมา หลายๆทีมก็เริ่มทยอยเสริมทีมเตรียมพร้อมสำหรับฤดูกาลใหม่กันหลายทีมเช่นกัน และสำหรับทีมหงส์แดงลิเวอร์พูลของกุนซือเจอร์เก้น คล็อป ก็เป็นหนึ่งในทีมที่ได้มีการเสริมทัพด้วยนักเตะใหม่เป็นรายแรกๆ บทความนี้เลยจะมาพูดถึงกรณีที่ลิเวอร์พูลได้คว้าตัวนักเตะใหม่อย่าง เซอร์ดาน ชากิรี่ มาเสริมทีมกันหน่อย

ทั้งนี้ แม้ว่าทีมหงส์แดงลิเวอร์พูลของกุนซือ เจอร์เก้น คล็อป จะถือว่าค่อนข้างมีปีกให้เลือกใช้งานหลายตัวเลือกอยู่ แต่ล่าสุดดูเหมือนทางด้าน เจอร์เก้น คล็อปนั้น ยังไม่ค่อยพอใจตัวเลือกที่มีเท่าไหร่ ยังคงคว้านักเตะใหม่เสริมทีม ซึ่งตัวเลือกที่เขาได้เลือกจิ้มมาก็คือ เซอร์ดาน ชากิรี่ ปีกตัวเก่งจากทีมสโต๊กซิตี้ ซึ่งสิ่งที่น่าสนใจก็คือ ดูเหมือนหลายๆคนมองว่า ทำไมลิเวอร์พูลไม่เน้นคว้านักเตะบิ๊กเนมดีกว่า ทำไมถึงเลือกจิ้ม เซอร์ดาน ชากิรี่ มาเสริมทีม ส่วนตัวมองว่าคำถามนี้น่าสนใจดี เลยหยิบมาเป็นประเด็นพูดในมุมมองส่วนตัวกันหน่อย เพราะในมุมมองส่วนตัวแล้ว มองว่า เซอร์ดาน ชากิรี่ นั้นเป็นการเสริมทีมที่เลือกได้ดี

นั่นก็เพราะมองว่า แม้สำหรับ เซอร์ดาน ชากิรี่ จะไม่ค่อยเป็นนักเตะที่มีชื่อเสียงโด่งดังแบบพวกบิ๊กเนมอื่นๆมากนัก แต่เมื่อมองในแง่ภาพรวมหลายๆอย่างแล้ว ถือว่าเป็นตัวเลือกที่โอเคเลย ไม่ว่าจะเป็นทั้งในเรื่องฝีเท้า ซึ่งถือว่า เซอร์ดาน ชากิรี่ นั้นเป็นนักเตะที่ฝีเท้าดี คล่องตัว เทคนิคดี และเปิดบอลได้ค่อนข้างแม่นอีกด้วย จึงน่าจะเป็นตัวเลือกให้ทีมอีกตัวเลือกได้ดีแน่นอน และที่สำคัยเลย มองว่าส่วนที่จะช่วยทีมลิเวอร์พูลได้ดี นั่นก็คือในเรื่องของประสบการณ์ของ เซอร์ดาน ชากิรี่ ด้วย นั่นก็เพราะว่า เซอร์ดาน ชากิรี่ ได้เล่นกับสโมสรดังมาแล้วหลายสโมสร ทั้งบาเยิร์น มิวนิค อินเตอร์มิลาน และล่าสุดก็สโต๊กซิตี้ ซึ่งจุดนี้ถือว่าเป็นเรื่องดี เพราะอย่างน้อยเจ้าตัวก็เล่นในพรีเมียร์ลีกมาแล้ว ดังนั้นหมดปัญหาเรื่องการปรับตัวไปเลย บวกกับประสบการณ์จากการเล่นกับทีมใหญ่มาแล้ว น่าจะช่วยลิเวอร์พูลได้เยอะแน่นอน

ส่วนใครที่กำลังรอฤดูกาลใหม่เปิดทำการ แล้วรู้สึกเบื่อๆช่วงนี้ อยากแนะนำเว็บ sbobet เว็บพนันออนไลน์มาแรงอันดับ 1 ในตอนนี้ ซึ่งหากใครชื่นชอบการแทงบอลออนไลน์อยู่แล้ว sbobet ถือว่าตอบโจทย์ท่านแน่นอน โดยเฉพาะตอนนี้ แม้ว่าศึกฟุตบอลลีกดังของยุโรปอย่างพวก พรีเมียร์ลีก ลาลีกา สเปน บุนเดสเยอรมัน หรือกัลป์โซ่อาร์อิตาลี จะยังไม่เปิดฤดูกาลก็ตาม แต่เว็บ sbobet นั้นยังมีฟุตบอรายการอื่นๆให้ได้เลือกสนุกกัน ซึ่งเว็บ sbobet นั้นถือว่าเป็นแบรนด์คาสิโนรายใหญ่ จึงมั่นใจได้เลยว่า จ่ายจริงแน่นอน

รางวัล The Best สาขากุนซือยอดเยี่ยม มีใครตัวเต็งบ้าง

หลังจากที่ปล่อยให้ทาง บัลลงดอร์ ออกนำไปก่อน ตอนนี้ทางฟีฟ่าเอง ที่แยกกลับมาจัดแจกรางวัลเองอีกครั้งตอนนี้ก็เปิดเผยรางวัลในชื่อ The Best ออกมาบ้างแล้ว แต่น่าแปลกที่คราวนี้กลับเปิดเผยชื่อรางวัลกุนซือยอดเยี่ยมออกมาก่อน มาดูกันว่าใครน่าจะเป็นตัวเต็งในรางวัล The Best ของฟีฟ่ากันบ้าง โดยเราขอเลือกจากผู้จัดการทีมชาติ มา 1 คน และระดับสโมสรมา 3 คนก็แล้วกัน

แฟร์นานโด ซานโตส ทีมชาติโปรตุเกส

เนื่องจากในรอบปีที่ผ่านมามีเกมทัวร์นาเมนต์ระดับเมเจอร์อยู่สองรายการที่สำคัญก็คือ รายการฟุตบอลยูโร 2016 ที่ประเทศฝรั่งเศส กับฟุตบอลโอลิมปิค แน่นอนว่าทีมแชมป์ยูโร 2016 ย่อมต้องมีรายชื่อกุนซือติดเข้ามาอยู่แล้ว ทำให้ชื่อของแฟร์นานโด ซานโตส กุนซือทีมชาติโปรตุเกสติดโผเข้ามาด้วย ซึ่งจะว่าไปก็ถือว่าเหมาะสมอยู่ทีเดียว เพราะการแหวกทีมระดับบิ๊กเข้ามาคว้ามแชมป์ได้แบบเซอร์ไพร์สถือว่าเค้าคือกุญแจสำคัญเลยทีเดียว

ซีเนอดีน ซีดาน จากทีมเรอัล มาดริด

จากทีมชาติมาดูกันที่ระดับสโมสรกันบ้าง แน่นอนว่าทีมที่ได้ถ้วย UCL มักจะเป็นตัวเต็งแบบนอนมาเลยทีเดียว ทำให้ทีมแชมป์อย่าง รีล มาดริด กับกุนซือมือใหม่อย่าง ซีเนอดีน ซีดาน ค่อนข้างจะนอนมาและมีภาษีดีกว่าเยอะทีเดียว แต่หากมองอีกมุมหนึ่งการพุ่งขึ้นมาปีเดียวแล้วได้รางวัลนี้ไปเลย ดูจะไม่ค่อยเข้าแก็ปเท่าไร

เคลาดิโอ รานิเอรี่ จากทีมเลสเตอร์ ซิตี้

คนที่สาม ที่ส่วนตัวเชียร์อยากให้ได้รางวัลนี้ก็คือ เคลาดิโอ รานิเอรี่ ของเลสเตอร์ แน่นอนว่าผลงานการทำทีมคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีคแบบสะท้านโลกนั้น ด้วยทรัพยากรที่มีอยู่น้อยนิด แต่เค้าก็ทำให้ทีมมีความสม่ำเสมอจนคว้าแชมป์มาได้นั้น ถือว่าไม่ง่ายเลยทีเดียว และคิดว่าโอกาสที่เค้าจะเข้าใกล้อะไรแบบนี้อีกคงยากแล้วแหละ

สตั๊ดสีฉูดฉาด

ห้ามใส่สตั๊ดสีฉูดฉาด เกินไปหรือดีแล้ว

สตั๊ดสีฉูดฉาด
สตั๊ดสีฉูดฉาด

การควบคุมพฤติกรรมของนักเตะระดับเยาวชนไม่ให้ออกนอกลู่นอกทาง นั้นถือว่าเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่เหล่าบรรดาผู้จัดการทีมและทีมงานสต๊าฟเบื้องหลังปวดหัวอยู่ไม่น้อย เนื่องจากเดี๋ยวนี้สิ่งล่อตาล่อใจมันเยอะมาก และ วัยรุ่นสมัยนี้ก็เชื่อกันยากขึ้นเสียด้วยสิ เลยทำให้ผู้จัดการทีมจะต้องมีมาตรการบางอย่างออกมาเพื่อป้องกัน นักเตะวัยรุ่นใจแตก อย่างเช่น เป๊บ ของแมนซิตี้ ที่ออกกฏที่หลายคนงงออกมานั่นก็คือ การห้ามทีมเยาวชนใส่สตั๊ดสีฉูดฉาด ลงซ้อมหรือเล่น

ห้ามใส่สตั๊ดสีฉูดฉาด เกินไปหรือดีแล้ว

ก่อนอื่นเลย เรามาลองดูกฏนี้กันก่อนคือ เป๊บได้ตั้งกฏไว้ว่าห้ามนักเตะเยาวชนของทีมใส่รองเท้าสตั๊ดสีฉูดฉาด ให้ใส่ได้เฉพาะสีเข้มหรือสีดำเท่านั้น ทีนี้เรามาลองเดาความคิดเป๊บกันว่า ทำไมถึงมีการห้ามกฏนี้ หนึ่งที่คิดว่าสำคัญที่สุดเลยก็คือ เป๊บน่าจะสื่อว่าอยากให้นักฟุตบอลระดับเยาวชนสนใจการเล่นฟุตบอลและ การซ้อมมากกว่า การใส่สตั๊ดสีฉูดฉาดที่ออกจะดูเป็นเรื่องของแฟชั่นมากกว่าประสิทธิภาพ สองการเลือกรองเท้าสีเข้ม ส่งผลต่อจิตใจมากกว่า เพราะการแข่งฟุตบอลในระดับอาชีพนี่เหมือนกับไปออกรบเลยนะ การใส่สีฉูดฉาด มันดูเหมือนไปเล่นมากกว่าไปแข่ง สามลดความเหลื่อมล้ำระหว่างนักเตะด้วยกัน ยิ่งนักเตะใส่สีฉูดฉาด ยิ่งทำตัวเด่นดัง ยิ่งทำให้สปิริตในทีมเสียไป การใส่สีเข้มไปในแนวทางเดียวกันจะช่วยสร้างทีมสปิริตได้มากกว่า

จากเหตุผลที่คิดเองสามข้อนี่ น่าจะพอสรุปได้ว่า การที่เป๊บ ห้ามแข้งระดับเยาวชนใส่รองเท้าสีฉูดฉาดลงเล่นนั้นก็มีเหตุผลที่พอมีน้ำหนักอยู่ทีเดียว เอาไว้เราถูกโปรโมตขึ้นชุดใหญ่แล้ว จะใส่อะไรแบบไหน ก็คงไม่มีใครว่าหรอก(ถ้าทำผลงานได้ดีนะ)

ดาวรุ่งไทย ไม่แพ้ชาติใดในเอเชีย

การจัดอันดับเกี่ยวกับนักเตะ เวลาเราอ่านข้อมูลน้อยมากเลยที่จะมีโอกาสเป็นชื่อของคนไทยติดอยู่ในนั้น ยิ่งเป็นเรื่องของดาวรุ่งนี้แทบจะไม่มีโอกาสเลย ถ้าจะมีก็ต้องเป็นดาวรุ่งไทยที่เล่นอยู่ในต่างประเทศมากกว่า แต่ว่าเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา เดอะ การ์เดี้ยน สื่อดังจากอังกฤษได้มีการจัดอันดับ 60 ยอดดาวรุ่งอนาคตไกล ไม่น่าเชื่อเลยว่า มีดาวรุ่งไทยที่เล่นอยู่ในสโมสรบ้านเราเป็นหนึ่งในนั้นด้วย

ดาวรุ่งคนนี้คือใครกัน

สำหรับดาวรุ่งที่ถูกจัดอันดับนั้นก็คือ สิทธิโชค ภาโส กองหน้าดาวรุ่งที่มีอายุเพียงแค่ 17 ปีจากทีมฉลามชล ชลบุรี เอฟซี โดยการปลุกปั้นของน้าเทิด เทิดศักดิ์ ใจมั่น ซึ่งจุดเด่นของนักเตะคนนี้ก็คือ การเล่นได้ทั้งสองเท้า การจ่ายบอลแบบคิลเลอร์พาสที่ทำได้ดีเกินตัว รวมไปถึงเรื่องของความฟิตที่วิ่งได้ตลอดไม่มีหมดจนจบเกม ส่วนการยิงประตูอาจจะยังไม่คมเท่าไรแต่ก็หวังผลได้อยู่เหมือนกัน

ความสม่ำเสมอ และการพัฒนา

แน่นอนว่าตอนนี้เจ้าย้า กำลังอยู่ในเส้นทางลูกหนังที่ดี ในระดับสโมสรเค้ากำลังได้รับความไว้วางใจจากน้าเทิดให้ลงสนามอยู่เป็นประจำซึ่งจะทำให้เจ้าตัวพัฒนาฝีเท้าไปได้เรื่อย ส่วนเรื่องของทีมชาติตอนนี้เจ้าตัวติดทีมชาติไทยรุ่นอายุไม่เกิน 19 ปีไปแล้ว น่าสนใจว่าตัวเค้าเองจะได้รับโอกาสในนามทีมชาติมากน้อยแค่ไหน เพราะหากได้รับโอกาสแล้วทำไม่ได้ก็คงยังไม่ใช่ แต่ถ้าหากทำได้ดีล่ะก็ เชื่อว่าเค้าในอีกไม่นานเราคงได้ยินชื่อนี้คุ้นหูบ่อยขึ้นในนามทีมชาติชุดใหญ่แน่นอน แต่ยังไงก็ฝากสารไปถึงน้องด้วยกันล่ะกันว่า ระวังเรื่องของอาการบาดเจ็บ และสิ่งยั่วยุนอกสนามให้ดี ทางนี้เอาใจช่วยอยู่จ้า

3 ทางเลือกสำคัญของ แอชลีย์ ยัง

ถือว่าเป็นผู้เล่นอีกคนหนึ่งแม้ว่าเค้าอาจจะไม่ใช่ผู้เล่นคนสำคัญเหมือนคนอื่น แต่พอมีข่าวว่าจะย้ายไปก็ใจหายเหมือนกัน นั่นก็คือ ปีกจอมขยันอย่าง แอชลีย์ ยัง ที่ตอนนี้ดูทรงแล้วว่า “ไปแน่” แต่จะไปที่ไหนอันนี้เราก็ไม่สามารถทราบได้ วันนี้เราขอสวมบทนักวิเคราะห์กากๆคนหนึ่ง เดาสถานีลูกหนังแห่งต่อไปของเค้ากันว่าจะเป็นที่ไหน
การลงเล่นในพรีเมียร์ลีคต่อไป
สถานทีแรกที่น่าสนใจก็คือ การลงเล่นในพรีเมียร์ลีคต่อไปกับทีมที่เล็กลง จากข่าวที่ออกมาจะเห็นอยู่สองทีมคือ เอฟเวอร์ตันที่ตอนนี้มีชไนเดอร์ลินไปรออยู่ก่อนแล้ว หรือจะเป็นเวสต์แฮม ของสลาเวน บีลิช ที่ก็น่าไปเล่นให้เหมือนกัน แน่นอนว่าค่าเหนื่อยอาจจะได้น้อยลง แต่ว่าไม่ต้องย้ายไปไหนไกลแล้วยังได้เล่นฟุตบอลระดับสูงทุกสัปดาห์ก็น่าสนใจดี แต่จากสองตัวเลือกที่มีข่าว เราขอแนะนำว่าไปเอฟเวอร์ตัน น่าจะดีกว่าเยอะ
การไปเล่นลีคอื่นในยุโรป
สถานที่สองคงต้องเป็นการบินออกนอกเกาะอังกฤษไปเล่นที่ลีคอื่นๆในยุโรป ไม่ว่าจะเป็น อิตาลี หรือ ฝรั่งเศส ที่เกมมีความเร็วไม่มาก น่าจะทำให้ อาจารย์ ยัง สามารถเลี้ยงหลบ กระชาก และทำอะไรได้อยู่ ส่วนที่ลาลีก้า สเปน หรือ บุนเดสลีก้า เยอรมัน ไม่น่าไหวแล้ว แต่มันติดตรงที่ว่ายังไม่มีทีมไหนในลีครองยื่นมาเลย นี่สิเพราะงั้นคงปิดโอกาสตรงนี้ไปได้เลย
การไปโกยเงินในลีคจีน
สุดท้ายที่ข่าวกระแสแรงมาก และส่วนตัวก็เชียร์ให้รับคำก็คือ การโยกไปกินบะหมี่ ขุดทองกับไชนีส ซุปเปอร์ลีค ที่ค่าเหนื่อยได้ในระดับที่มากกว่าเดิมเสียอีก 250,000 ปอนด์ต่อวีค ตามข่าวถือ ว่าไม่น้อยเลยกับนักเตะอายุ 31 ปี เชื่อการโยกไปครั้งนี้นอกจากได้เก็บเงินก้อนสุดท้ายแล้ว น่าจะได้ลงเล่นอย่างสม่ำเสมอ ถึงแม้ว่าคุณภาพเกมไม่ใกล้เคียงยุโรปเท่าไร แต่ก็น่าจะทำให้เค้าได้เล่นอะไรๆมากขึ้น

หงส์แดงแพ้ทางลูกโยน

ต้องถือว่าเป็นเรื่องที่แปลกพอสมควรเหมือนกันที่ผู้จัดการทีมหงส์แดง อย่างเจอร์เกน คล็อปป์ออกมาบ่นและเหน็บเล็กๆหลังเกมแดงเดือด เนื่องจากการที่แมนยูแก้เกมการเล่นที่ตกเป็นรอง และตามหลังอยู่ 1 ประตูด้วยการเปลี่ยนแผนการเล่นมาเป็นแบบโยนบอมบ์ใส่แล้วก็ได้ประตู
แมนยูได้เปรียบตอนใส่เฟลไลนี่
เกมนั้นต้องบอกเลยว่าเป็นแดงเดือดที่ทางแมนยู เปิดเกมบุกเข้าใส่ลิเวอร์พูลอย่างเห็นได้ชัด ทั้งการบุกแบบจ่ายตรงกลางสนาม บุกจากการขึ้นบอลทางปีก แต่ปรากฏว่าทำประตูไม่ได้สักที แถมยังเสียประตูก่อนจากการทำแฮนด์บอลของป็อกบาอีกด้วย เมื่อลูกบนพื้นไม่สามารถทำประตูได้ ทางมูรินโญ่ ก็เลยแก้เกมโดยการส่งตัวเล่นสูงใหญ่ที่เล่นลูกกลางอากาศได้ดี อย่างมารูยาน เฟลไลนี่ ลงมาแล้วก็ทำให้เกมบุกดูเป็นเรื่องเป็นราวมากขึ้น จนกระทั่งสุดท้ายแล้วเค้าก็มีส่วนหนึ่งของการทำเชื่อมโยงไปสู่ประตูตีเสมอของสลาตัน อิบราโมวิช จนได้
สวอนซีชนะ จาก ยอเรนเต้
หลังจากเกมนั้นแล้ว ทางหงส์แดงจะต้องเปิดบ้านต้อนรับหงส์ขาว สวอนซี ต่อ ซึ่งเกมนั้นทางกุนซือป้ายแดงอย่าง พอล คลีเมนท์ วางหัวหอกสูงใหญ่ร่างโย่งอย่าง เฟอร์นานโด ญอเรนเต้ ลงเล่น แล้วเค้าก็ไม่ทำให้แฟนบอลผิดหวังเพราะลูกกลางอากาศของเค้าสร้างปัญหาให้กับแนวรับของหงส์แดงพอสมควรเลย ลูกแรกก็เสียจากลูกกลางอากาศที่ตกมาเข้าเท้าญอเรนเต้พอดี ลูกที่สองก็เป็นญอเรนเต้ เทคตัวโหม่งชนะกองหลัง เข้าไปอย่างเด็ดขาด
จากสองเกมส์ที่เกิดขึ้นทำให้เราเห็นเลยว่า ลิเวอร์พูลกำลังเจอปัญหากับการรับมือลูกโด่ง และลูกกลางอากาศแล้ว ต้องดูกันว่า คล็อปป์จะมีวิธีการติดลูกทีมอย่างไร ไม่ให้เสียลูกกลางอากาศอีก

พักโทษ กับบทลงโทษ ที่ถือว่าสมเหตุสมผล

ช่วงนี้ก็ใกล้จะเปิดไทยลีคแล้ว ตั้งแต่ ไทยลีค 1 จนถึง ไทยลีค 4 ต่างก็มีข่าวสารออกมาเพื่อแสดงความพร้อมของแต่ละทีม ซึ่งถ้าเป็นข่าวคราวเชิงบวกอย่างเช่นเรื่องของการเปิดตัวนักเตะใหม่ เปิดตัวยูนิฟอร์ม ประกาศเป้าหมาย แผนงานของทีมในแต่ละปี แต่ก็มีบางทีมที่มีข่าวประกาศออกมาเป็นข่าวร้าย อย่างเช่น การประกาศพักทีม
การพักทีม ที่เป็นปัญหาของทีมลีคล่าง
การพักทีม ถือว่าเป็นปัญหาอย่างหนึ่งของไทยลีคเพราะการประกาศพักทีมแต่ละครั้งไม่ว่าจะเป็นผลกระทบต่อเรื่องอะไรก็ตามจะมีผลต่อการจัดโปรแกรมการแข่งขันของทั้งลีคจะรวนไปหมด เผลอลามไปถึงการประกบคู่ของฟุตบอลถ้วยในประเทศอีกด้วย อย่างตอนนี้ที่ได้ยินแว่วๆมาว่า มีทีมภูมิภาคทีมหนึ่งประกาศจะขอพักทีม 1 ปีกันแล้ว ซึ่งทำเอาแฟนบอลรู้สึกใจตุ้มๆต่อมๆไปบ้างเหมือนกัน
บทลงโทษที่ถือว่าสมเหตุสมผล
แน่นอนว่าพอข่าวนี้ออกมา เล่นเอาประธานการจัดการแข่งขันออกมาคัดค้านกันเลยทีเดียว รวมถึงการประกาศบทลงโทษออกมาด้วย ส่วนตัวมองว่าบทลงโทษที่ประกาศออกมาก็คือ หนึ่งถูกแบนจากสมาคมกีฬาฟุตบอล 2 ปี สองทีมถูกปรับให้ลงไปเล่น T4 หรือลีคล่างสุดใหม่ และสามไม่ได้รับเงินสนับสนุนในปีที่กลับมาเล่น ซึ่งส่วนตัวมองว่าก็เป็นบทลงโทษที่เหมาะสมดี เพราะหากว่าไม่พร้อมการกลับมาเล่นใหม่ควรไปเริ่มที่ลีคล่างสุดก่อนเลย จะได้เห็นคุณค่าของการเล่นลีค
การบังคับใช้ที่สำคัญกว่า
แต่อย่างไรก็ตาม บทลงโทษที่ประกาศออกมานั้นถือว่าเหมาะสมก็จริงอยู่ แต่เอาเข้าจริง สิ่งที่สำคัญก็คือการบังคับใช้มากกว่า เพราะหากกฏดี แต่ไม่กล้าใช้ก็เหมือนกับเป็นแค่เสื้อกระดาษเท่านั้นเอง ก็หวังว่าถ้าจะต้องมีการฟัน หรือ ลงโทษ กรณีพักทีมขึ้นมาจริงๆ ทางผู้จัดการลีคก็ควรจะลงโทษเพื่อให้เป็นเยี่ยงอย่าง ไม่ให้ทีมอื่นทำตามได้ ทำทีมไปเดี๋ยวพัก เดี๋ยวเลก มันจะทำให้เสียระบบในระยะยาวนะ

เพราะอะไร การต่อสัญญาของเมสซี่ยังไม่คืบหน้า

การต่อสัญญาของเมสซี่ นั้นเชื่อว่าแฟนบอลบาร์ซาทุกคนคงจะกำลังใจเต้นตุ้มๆต่อมๆอยู่อย่างแน่นอน เพราะว่ายิ่งการต่อสัญญาล่าช้าออกไปเมื่อไร นั่นก็หมายความว่าโอกาสที่เมสซี่จะย้ายทีมก็มีขึ้นมากตามไปด้วย ว่าแต่มันเป็นเพราะอะไรที่การต่อสัญญาของเมสซี่ยังไม่คืบหน้า ไม่ลงตัวสักที วันนี้เราขอเดาไว้สัก 3-4 ข้อคือ

เงินค่าเหนื่อยยังไม่ลงตัว

ประเด็นแรกที่ทำให้การต่อสัญญาไม่คืบหน้าลงตัวสักที ขอหยิบเรื่องของค่าเหนื่อยและโบนัสต่างๆมาพูดคุยกันก่อน แน่นอนว่าตอนนี้เมสซี่กับโรนัลโด้ น่าจะเป็นนักเตะที่ค่าเหนื่อยที่สูงที่สุดในยุโรปแล้ว แต่หากเทียบกับนักเตะที่ไปโกยเงินที่จีนอย่าง คาร์ลอส เตเบซ ที่รับถึง 600,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์แล้ว พวกเค้าดูว่าได้น้อยไปเลย เมื่อเงินค่าเหนื่อยไม่ลงตัวก็คงยังไม่เซ็นสัญญากันอย่างแน่นอน ยิ่งมีข่าวว่าทางผู้บริหารจะไม่ทุ่มด้วยแล้ว ยิ่งน่ากลัว

รอดูทิศทางของเพื่อนร่วมทีม

ไม่เพียงแค่ตัวเองเท่านั้น การที่จะเล่นฟุตบอลอย่างมีความสุขได้นั้น เพื่อนร่วมทีมมีส่วนสำคัญเป็นอย่างยิ่ง หากเราต่อสัญญาแต่เพื่อนร่วมทีมไม่ต่อด้วย มันก็ไม่อยากจะเล่นเหมือนกัน แต่ถ้า เนย์มาร์ ซัวเรส อิเนียสต้า ปีเก้ ตัวหลักๆต่อสัญญากันไปหมดแล้ว ก็ต้องมาดูว่าจะพอจูงใจให้เมสซี่ ต่อสัญญาได้หรือไม่

รอดูทิศทางของการบริหารทีม

นอกจากผลงานในสนามแล้ว นักเตะระดับนี้เค้าจะต้องมองไปที่ผลงานนอกสนามอย่างทีมงานผู้บริหารด้วย ว่าพวกเค้าพร้อมแค่ไหนในการพัฒนาทีม ไม่ว่าจะเป็นการทุ่มซื้อตัวนักเตะดีๆเข้ามาสู่ทีม และการบริหารงานด้านอื่นๆ เนื่องจากถ้าบริหารทีมไม่ดี นักเตะก็ไม่อยากอยู่เหมือนกัน รวมถึงตำแหน่งผู้จัดการทีมด้วย ถ้าแท็คติคไม่เข้ากัน นักเตะก็ไม่อยากเล่น เหล่านี้คือเหตุผลคร่าวๆที่ทำให้เมสซี่ไม่ต่อสัญญาสักที

เก็บตก หลังเกม ลิเวอร์พูล เสมอ พลีมัธ

ถือว่าเป็นไฮไลต์ที่สุดของเกมเอฟเอคัพรอบสามก็เป็นได้ สำหรับเกมที่แอนฟิลด์ เนื่องจากลิเวอร์พูลทำตัวได้น่าเขกกระโหลกตัวเองจริงๆ เพราะการเอาชนะทีมรองบ่อนที่ห่างกันเยอะอย่างพลีมัธไม่ได้นี่ ถือว่าเสียหายหลายแสนเลย เกมนัดรีเพลย์ที่จะเกิดขึ้นน่าจะทำให้พวกเค้าต้องเหนื่อยกว่าเดิมไม่น้อย ว่าแล้วเราย้อนไปเก็บตกซะหน่อยว่าเกมนั้นเกิดอะไรขึ้นบ้าง

ชุดสำรอง คุณภาพยังดีไม่พอ

ก่อนอื่นเลยในเกมนี้แต่ละทีม หากเป็นทีมใหญ่มักจะถือโอกาสนี้โรเตชั่นนักเตะตัวหลักให้ได้พักจากเกมลีคที่ขับเคี่ยวมาอย่างหนักและติดต่อกันมาตั้งแต่ช่วงบ็อกซิ่งเดย์ แต่คำว่าทีมสำรองคุณภาพก็ยังสูงอยู่ดี แต่สำหรับลิเวอร์พูลไม่ใช่เลย นักเตะที่ลงสนามในวันนั้นน่าจะใช้คำว่า ดาวรุ่งน่าจะเหมาะสมกว่า แล้วแน่นอนว่าตัวผู้เล่นที่ลงไปนั้นคุณภาพยังดีไม่พอ และห่างจากตัวจริงเยอะ สังเกตุได้จากพอส่งตัวจริง ฟีร์มีย์โน่, ลัลลาน่า ลงไปเกมดีขึ้นเยอะ แต่ไม่ทันก็เลยออกมาอย่างที่เห็น

การเจาะแผนรถบัส ยังทำไม่ดี

การต่อสู้ของทีมรองบ่อน แน่นอนว่าถ้าไปเจอทีมใหญ่กว่า การจะไปเปิดหน้าแลกหมัดเพื่อเอาชนะมันจะดูเหมือนฆ่าตัวตายเกินไปนิดหนึ่ง ทำให้พวกเค้าเลือกใช้วิธีแผนรถบัส อุดและเล่นเกมรับอย่างเดียว ทำให้ลิเวอร์พูลบุกแบบพับสนามบุกกันไปเลย แต่ว่าพวกเค้าเองด้วยคุณภาพที่ยังไม่ถึงขั้นทำให้ไม่สามารถเจาะแผนรถบัสของพลีมัธได้เลย ถึงแม้ว่าจะส่งตัวจริงลงมาช่วยก็ไม่ได้

พลีมัธ ทำการบ้านมาเป็นอย่างดี

จากผลการแข่งขันนี้ แสดงให้เห็นว่า พลีมัธได้มีการเตรียมตัวและทำการบ้านมาเป็นอย่างดี อันนี้ต้องขอนับถือพวกเค้าเลย เล่นกับแบบ วิ่งสู้ฟัด ไล่ทุกจังหวะไม่ยอมปล่อยเลย จนทำให้ลิเวอร์พูลเล่นไม่ออก จนได้ผลการแข่งขันที่ต้องการไปในที่สุด

  • 1
  • 2